คำเตือน! : เอนทรี่นี้มีแต่เนื้อเน้นๆ ใครขี้เกียจอ่านก็คลิกปิดไปซะ
พออ่านเสร็จแล้วรู้สึกว่าต่อมอยากรู้อยากเห็นมันเต้นตุ๊บๆ
ก็เลยไปลองสืบค้นคว้าหาความรู้เรื่องนี้มา
และนี่จะเป็นเอนทรี่ความรู้เอนทรี่แรก(?)ของบลอกนี้นี่ผมเขียนเอง
มีความคิดเห็นยังไงก็ติ ชม กันได้นะครับ
คำเตือน! : ควรใช้จักรยานในการรับชม
ล้อเล่นครับ
ช่วงนี้ยังไม่ค่อยหายบ้าเท่าไหร่
ช่วงนี้ยังไม่ค่อยหายบ้าเท่าไหร่
เอาเป็นว่าเข้าเรื่องจริงๆเลยดีกว่าครับ
------------------------------------------------------------------
คำเตือน! : โปรดใช้วิจารณญานในการรับชม เป็นความเชื่อส่วนบุคคลไม่เชื่อห้ามลบหลู่ก็แล้วแต่ท่าน
หลายๆคนเคยจะเคยมีความรู้สึกแบบแปลกๆอาจจะประมาณว่า "เอ๊ะ! มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วไม่ใช่หรอ! เราเคยทำมาแล้วนี่หว่า!" หรือบางครั้งเราอาจจะสามารถทายสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้ แต่ความรู้สึกเหล่านี้มักจะเกิดในช่วงสั้นๆ และก็หายไป
www.allposters.com
ในภาษาไทยยังไม่มีการบัญญัติคำที่ใช้เรียกความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาครับในภาษาอังกฤษก็มีการใช้หลายคำ เช่น promnesia และ paramnesia แต่ที่นิยมมากที่สุดคือเรียกเป้นภาษาฝรั่งเศษว่า déjévu อ่านว่า เดชาวู (เด-ชา-วู) นะครับไม่ใช่ เดจาวู (เด-จา-วู) แปลว่า เคยเห็นมาก่อนแล้ว ซึ่งคำว่า déjé vu นี้ นักวิจัยชาวฝรั่งเศษคนหนึ่งซึ่งศึกษาเกี่ยวกับเรื่องลึกลับของจิตชื่อ เอมิล บัวรัก ( Emile Boirac ค.ศ. 1851-1917 หรือ พ.ศ. 2394-2460 ) ใช้เป็นครั้งแรกในหนังสือที่มีชื่อว่า L'Avenir des Sciences Psychique
แต่คำว่าเดชาวูนั้นเป็นคำกลางๆ ที่ใช้เรียกประสบการณ์รวมๆของคนประเภทที่ว่า "เคย....มาแล้ว" (déjà experience) เพราะ ดร. เวอร์นอน เอ็ม. เนปเป (Dr. Vernon M. Neppe) ผู้เชี่ยวชาญด้านเดชาวูกล่าวว่า ถ้าแบ่งอย่างละเอียด จะได้ถึง 21 แบบ [อ่านงานของท่าน(ภาษาอังกฤษนะจ๊ะ) >>Neppe Déjé Vu Research and Theory<<]
หนังสือ the psychology of Déjé vu ของ Dr. Vernon M. Neppe
www.pni.org
ตัวอย่างประสบการณ์เดชาวู
» déjé vécu (already lived) = เคยใช้ชีวิตในลักษณะนี้มาแล้ว
» déjé senti (already felt) = เคยรู้สึกเช่นนี้มาแล้ว
» déjé visté (already visited) = เคยเยือนสถานที่นี้มาแล้ว
» déjé entendu (already heard) = เคยได้ยินมาแล้ว
» déjé eprouvé (already experienced) = เคยมีประสบการณ์มาแล้ว
» déjé fait (already done) = เคยทำเสร็จสิ้นไปแล้ว
» déjé pensé (already thought) = เคยคิดมาก่อนแล้ว
» déjé su (already known intellectually) = เคยรู้มาก่อนแล้ว
» déjé dit (already said/spoken) = เคยพูดมาก่อนแล้ว
» déjé revé (already dreamt) = เคยฝันแบบนี้มาแล้ว
» déjé lu (already read) = เคยอ่านมาแล้ว
» déjé rencontré (already met) = เคยพบคนคนนี้มาแล้ว
» déjé gouté (already tasted) = เคยรับรู้รสในลักษณะเช่นนี้มาแล้ว
แต่ในบรรดาเดชาวูทั้งหมด 21 แบบนี้ ถ้าถามนักวิชาการอีกท่านหนึ่งคือ ดร. อาร์เทอร์ ฟังค์เฮาส์เซอร์ (Dr. Arthur Funkhouser) ท่านก็บอกว่า ควรจะเลิกใช้คำว่าเดชาวูได้แล้ว แต่ให้ใช้คำที่เจาะจงลงไปเลยว่าเป็นประสบการณ์แบบไหน โดยในบรรดาประสบการณ์ย่อยทั้งหมดนี้มีอยู่สามแบบที่รู้ เพราะมีตัวอย่างอ้างอิงชัดเจน ได้แก่ เดชาเวกู (déjé vécu) เดชาซองติ (déjé senti) และ เดชาวิซีต (déjé visté) ทั้งสามมีส่วนคล้ายกันอยู่ แต่ก็มีส่วนแตกต่างในรายละเอียดด้วย [อ่านงานของท่าน(ภาษาอังกฤษเช่นกัน) >>Three Types Of Deja Vu<<]
ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเดชาวูทั้งสามแบบที่ ดร.อาเทอร์ ได้กล่าวไว้นะครับ
déjé vécu
เดชาเวกู (déjé vécu) หรือประสบการณ์ที่ "เคยใช้ชีวิตในลักษณะเช่นนี้มาแล้ว" นั่นก็คือ คนที่เคยมีประสบการณ์จะรู้สึกเหมือนว่า เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งใจอดีต โดยมีรายละเอียดตรงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ สถานที่ บุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอากัปกิริยาของคนรอบข้าง
และนี่ก็เป็สาเหตุ ให้ลุงอาเทอร์เสนอให้เลิกใช้คำว่าเดชาวู เพราะคำนี้มีความหมายเพียงแค่ "เคยเห็น" ซึ่งในกรณีของเดชาวูนั้นเกิดขึ้นได้กับประสาทสัมผัสหลายๆด้าน (เห็น ได้ยิน รู้สึก สัมผัส บลาๆๆ)
จากการสำรวจ(ของต่างประเทศ)พบว่าส่วนมากประสบการณ์นี้จะเกิดขึ้นในช่วงอายุ 15-25 ปี และประเด็นสำคัญของเดชาเดกูคือ เรื่องที่เคยรู้สึกว่าเคยเกิดขึ้นมาแล้วนั้น ส่วนมากจะเป็นเรื่องธรรมดาๆทั่วๆไป แต่กลับมารายละเอียดที่เกี่ยวข้องอย่างน่าฉงน เช่น จำได้ว่าตรงไหนเป็นยังไง ใครพูดอะไร ใครทำอะไร หรือบางกรณีสามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้า(ในไม่กี่อึดใจ)ได้ด้วย!
déjé senti
เดชาซองติ (déjé senti) หรือ "เคยรู้สึกเช่นนี้มาแล้ว" มีจุดที่แตกต่างจากเดชาเวกูตรงที่เดชาซองติเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจเป็นหลัก และมักจะถูกกระตุ้นด้วย "คำ" เช่น ได้ยินคนอื่นพูดคิดคำอยู่ในใจ หรืออ่านคำคำหนึ่งแล้วคิดตาม และที่สำคัญ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ซึ่งต่างจากกรณีของเดชาเวกู
บริเวณกลีบขมับ (temporal lobe)
เกี่ยวกับความเข้าใจคำพูด ความจำ และการได้ยิน
gotoknow.org
นักประสาทวิยาพบว่า เดชาซองติมักเกิดควบคู่ไปกับโรคลมบ้าหมู เนื่องมาจากมีปัญหาที่บริเวณกลีบขมับของสมอง (temporallobe epilepsy) โดยก่อนเกิดอาการชักอย่างเต็มขึ้น คนไข้อาจมีความรู้สึกในลักษณะนี้มาก่อน ด้วยเหตุนี้นักประสาทวิทยาบางท่านจึงเสนอว่า เดชาซองติน่าจะเกิดจากสาเหตุเดียวกับการเกิดโรคลมบ้าหมู แต่ก็อย่าเข้าใจผิดนะครับเพราะเดชาซองติเป็นแค่รูปแบบหนึ่งของเดชาวูเท่านั้น ไม่ใช่ว่าคนที่มีประสบการณ์เดชาวูทั้งหมดจะต้องเป็นโรคลมบ้าหมูทุกรายไป!
déjé visté
เดชาวิซีต (déjé visté) หรือ "เคยเยือนสถานที่นี้มาแล้ว" เป็นอะไรที่แปลกเหมือนกัน และมีการบันทึกไว้ว่า รู้สึกเหมือนเคยอยู่อาศัยในที่แห่งนั้นมานานแล้ว ทั้งที่เพิ่งไปพบเห็นเป็นครั้งแรก!
คนที่เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดก็อาจจะเห็นด้วยและบอกว่าเป็นเพราะชาติก่อนคนคนนี้เคยใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ดังกล่าว พอกลับมาเยือนอีกครั้งก็เลยจำได้ ส่วนคนที่เชื่อเรื่องกายทิพย์ (astral body) หรือประสบการณ์การออกนอกร่าง (out-of-body experiece, OBE) ก็จะบอกว่าเป็นเพราะว่ากายทิพย์ของคนคนนั้นได้ไปเยือนในสถานที่แห่งนั้นมาแล้ว อาจจะไปในช่วงที่กำลังหลับ พอกายเนื้อไปที่นั่นจริง ก็เลยจำได้ แต่ดูเหมือนว่าทฤษฎีเหล่านี้จะใช้อธิบายเดชาประเภทอื่นๆไม่ได้
แต่ก็มีบางคนที่เชื่อว่าเดชาวิซีตเกิดจากการที่เราเคยไปหรือเคยรับรเกี่ยวกับสถานที่นั้นมาแล้ว แต่เราดันลืมไปเอง แม้จะเป็นทฤษฎีที่ดูเหมือนง่าย แต่ก็มีหลักฐานสนับสนุนเช่นกัน เช่นในกรณีของ นาทาเนียล ฮอว์ทอร์น (Nathaniel Hawthorne) ไปเยือนคฤหาสน์ Stanton Hacourt ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ โดยเขาได้เขียนในบันทึกการเดินทางของเขาว่า เขารู้สึกตื่นตะลึงเมื่อได้พบเห้นห้องครัวขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนว่าเขาจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่พอไล่เลียงสาเหตุไปมาก็กลับพบว่า ที่เขารู้สึกเช่นนั้นเพราะว่าเขาเคยอ่านงานเขียนของบุคคลคนหนึ่งซึ่งกล่าวถึงสถานที่นั้นมาก่อนนั่นเอง
นอกจากแนวคิดเรื่องกลับชาติมาเกิด กายทิพย์ และทฤษฎี ลมบ้าหมูแล้ว ยังมีคำอธิบายอื่นๆ เกี่ยวกับเดชาวูอีกนับสิบๆแบบ เช่น คนที่เชื่อเรื่องการหยั่งรู้อนาคต (precognition) อาจจะอธิบายว่า บางคนมีความสามารถในการหยั่งรู้อนาคต แล้วนำมาเก็บไว้ในความทรงจำ เมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงก็ระลึกขึ้นได้ว่าเคยรู้สึกอย่างนี้มาแล้ว
ส่วนนักจิตวิเคราะห์บางท่านอธิบายว่า เดชาวูเกิดจากการที่จิตปรับการรับรู้เรื่องเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่คำอธิบายนี้ดูไม่ค่อยเข้าเค้าเท่าไหร่ เพราะในกรณีของเดชาเวกู เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมักเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งไม่ได้คุกคามคนที่รู้สึกแต่อย่างใด ส่วนอีกท่านบอกว่า เดชาวูเกิดจากการที่จิตต้องการได้รับประสบการณ์ในอดีตซ้ำ แต่คราวนี้อยากให้ประสบการณ์นั้นคลี่คลายไปในทิศทางที่พึงประสงค์ แต่นี่ก็ไม่ได้อธิบาย เดชาซองติ (ซึ่งอธิบายโดยใช้ทฤษฎีลมบ้าหมู) และเดชาวิซีตเลย
ในปี พ.ศ. 2438 เฟรเดอริก ดับเบิลยู. เอช. ไมเออร์ส (Frederic W. H. Myers) เสนอว่า เดชาวูเกิดจากการที่จิตใต้สำนึกบันทึกเหตุการณ์ไว้ก่อนจิตใต้สำนึกเล็กน้อย ทำให้สมองตีความไปว่าเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไปอยู่นั้นเคยเกิดขึ้นมาในอดีต แนวคิดนี้น่าเทียบได้กับอีกทฤษฎีหนึ่ง ที่อธิบายว่า เดชาวูเกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนกระบวนการรับรู้ (preception) และการระลึกได้ (cognition) ของสมอง โดยข้อมูลจากประสบการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและรับรู้อยู๋นั้นถูกส่งไปเก้บเป็นความจำก่อน จากนั้นสมองจึงนำมาแปลความหมายและระลึกได้ภายหลัง เลยกลายเป็นว่าประสบการณ์ ณ ขณะนั้นถูกตีความว่าเป็นประสบการณ์ที่เคยเกดขึ้นมาก่อนในอดีต
ในปี พ.ศ. 2540 ปิแอร์ กลูร์ (Pierre Gloor) เสนอทฤษฎีไว้ว่า เดชาวูเกิดในขณะระบบความจำส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดึงข้อมูลออกมาใช้ (retrival system) ไม่ทำงาน ขณะที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับความคุ้นเคย (Familiarity system) ทำงานเป็นปกติ แต่ก็มีคนแย้งว่า ระบบที่ดึงข้อมูลออกมาใช้ไม่น่าจะปิดตาย แต่ระบบทั้งสองน่าจะทำงานไม่ประสานกันมากกว่า
ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่งบอกว่า ความจำของคนเรานั้นถูกเก็บเหมือนกับภาพโฮโลแกรม (hologram) 3 มิติ โดยแต่ละจุดมีข้อมูลของภายใหญ่อยู่ครบ เพียงแต่ว่ายิ่งจุดเล็กเท่าไร ภาพใหญ่ (ที่สร้างใหม่จากข้อมูลในจุดนี้) ก็จะยิ่งไม่ชัดเจน แนวคิดนี้อธิบายเดชาวูว่า หากเราได้รับรู้ข้อมูลในปัจจุบัน (เช่น เสียงของเด็กที่ได้ยิน) ซึ่งคล้ายคลึงกับข้อมูลในจุดเล็กๆของความจำในอดีต แม้เพียงเล็กน้อย ประสบการณ์ในอดีตทั้งหมดก็จะถูกขุดกลับออกมาปะปนกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน เราก็เลยรู้สึกว่าเคยฝ่านประสบการณ์นี้มาก่อนนั้นเอง!
ทฤษฎีต่างๆมากมายต่างก็เกิดจากหลายคนหลายความคิด บางอันก็น่าฉงน บางอันก็น่าเชื่อถือ แต่คุณจะเชื่อเรื่องนี้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับจักรยานวิจารณญานของคุณเอง(ไม่มีมุกจะเล่นขอรีฯใหม่ละกัน
)... แล้วคุณล่ะ เจอประสบการณ์เดชาวูครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน?
)... แล้วคุณล่ะ เจอประสบการณ์เดชาวูครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน?
ข้อมูลจาก : ขอขอบคุณหนังสือ KNOW HOW & KNOW WHY : กฎพิศดารปรากฏการณ์พิศวง
ขอขอบคุณพี่วิกกี้ในการหาข้อมูลเสริม
ป.ล.1 ขอบคุณทุกๆท่านที่ทนอ่านมาจนจบนะครับ (/me มีด้วยหรอ
) ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะครับ
) ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะครับ
ป.ล.2 เป็นเอนทรี่ที่ยาวที่สุดและใช้เวลาเขียนนานที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา
ป.ล.3 ช่วงนี้ยังไม่หายบ้านะครับอาจจะมีรั่วออกมานิดหน่อยก็อย่าถือสากันเลยนะครับ
ป.ล.4 เห็นคนอื่นเล่นแล้วเลยอยากเล่นมั่ง ผมขอเปิด FAQ ด้วยเลยนะครับ (/me มันจะมีคนมาถามซักกี่คนเชียว
)
)
ป.ล.5 ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ
หึหึ
)