2008/Apr/29

Title: Clock
Artist: Supersub
Album: Supersub

 

หมายเหตุ : เพลงนี้กับเอนทรี่นี้ไม่เกี่ยวกัน แต่ผมว่ามันเพราะดีฟังๆไปเถอะ

 

หลังจากได้อ่าน กินทามะ : บทเรียนที่หนึ่งร้อยแปดสิบเก้า ใน C-kids ฉบับของอาทิตย์ที่แล้วนั้น ในเรื่องได้พูดถึง Cattle Mutilation ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็เคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วแหละ แต่ก็ลืมไปแล้ว เพราะงั้นวันนี้ผมจึงจะมาเขียนเรื่องของ Cattle Mutilation ให้ได้อ่านกันนะครับ

 

คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญานและจักรยานในการอ่าน เด็กทารกและผู้ที่มีอายุสูงกว่า 60 ปีไม่ควรอ่านเกินวันละ2รอบ

 

 

Cattle Mutilation คืออะไร?

 


 

แคทเทิล มิวทิเลชั่น [Cattle Mutilation] คืออะไรน่ะหรือ คำตอบคือผมไม่รู้ครับ < ล้อเล่นครับ จริงๆแล้ว Cattle Mutilation เป็นชื่อเรียกของเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง เช่น แพะ วัว แกะ ถูกฆ่าและโดนตัดเอาอวัยวะสำคัญบางส่วนไป โดยอวัยวะที่ถูกเฉือนไปนั้นก็ได้แก่ เนื้อบางส่วนตรงคอ อวัยวะสืบพันธุ์ หู ลิ้น หัวใจ เป็นต้น โดยใช้วิธีการหรือเครื่องมือที่ทันสมัยและล้ำหน้าเอามากๆ และทิ้งซากสัตว์จำนวนมากไว้ทุ่งร้าง

 

เหตุการ์นี้เกิดขึ้นทั้งในบราซิลและทั่วโลกครับ เพียงแต่ไม่มากและเป็นข่าวครึกโครมเฉพาะที่เกิดในสหรัฐอเมริกา เท่านั้นเอง บริเวณที่พบเหตุการณ์ประหลาดนี้มากที่สุด ได้แก่ รัฐโคโลราโด และที่นิวแม็กซิโก จากยอดที่ได้รับการแจ้งความมายังสถานีตำรวจท้องถิ่นนั้น สัตว์เลี้ยงที่ตายไปมียอดรวมเกิน 300 ตัว

 

9 มิถุนายน 2005 ได้เกิดปรากฏการณ์วัวตายอย่างลึกลับในท้องทุ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาและได้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งที่เมืองพอนเดรา มอนตานา หลังจากที่เคยเกิดขึ้นที่เมืองนี้และบริเวณใกล้เคียงมาแล้วนับสิบแห่งเมื่อปี 2001

 

เจ้าของวัวที่เคราะห์ร้ายคือ มาร์ค ทาเลียเฟอโร ซึ่งเคยมีประสบการณ์เช่นเดียวกันนี้เมื่อปี 2001 คราวนี้เขาพบลูกวัวตอนแล้วหมายเลข 304 นอนตายอยู่ในทุ่งหญ้าห่างจากบ้านไม่ถึงสองไมล์ทาเลียเฟอโร โทร.แจ้งทางการทันทีเพราะซากของวัวที่ตายมีรูที่ท้องของมัน ซึ่งเป็นการตายที่ผิดปกติ

 

 

นายอำเภอ โทมัส เอ. คูกา ได้รุดมายังที่เกิดเหตุเพื่อทำการสืบสวนทันที การชันสูตรพบว่าลูกวัวมีรูที่ท้องบริเวณเต้านมทะลุเข้าไปในลำไส้ และนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้มันตาย คูกาบอกว่า รูที่ท้องวัวมีรูปทรงกลมและเหมือนกับถูกทำให้ไหม้ด้วย และลูกอัณฑะหายไป รูดังกล่าวพุ่งตรงเข้าไปในท้องจนเห็นข้างในเลยทีเดียว ทว่าไม่มีเลือดออกและไม่กระทบต่อเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ เลย นอกจากนั้น ลิ้นของลูกวัวส่วนปลายยังถูกตัดด้วยมุมเฉียง 45 องศา ซึ่งคูกาบอกว่า มันไม่เหมือนเคสอื่นๆ ที่เขาเคยเห็น คือลิ้นวัวจะหายไปทั้งหมด

 

คูกาให้ความเห็นว่าสัตว์นักล่าไม่สามารถจะทำเช่นนี้ได้

 

และสรุปว่า รูที่ท้องของลูกวัวตัวนี้น่าจะเกิดจากการถูกตัดด้วยเครื่องมือบางอย่างและถูกทำให้ไหม้และตั้งคำถามว่า มีเครื่องมือชนิดใดที่ทำเช่นนี้ได้ ?

 

และนี่คือ ปรากฏการณ์ประหลาดที่เรียกกันว่า "การชำแหละวัวในท้องทุ่ง" (Cattle Mutilation Phenomena) ที่ระบาดในอเมริกาเหนือมานานแล้ว ส่วนใหญ่ท้องของวัวเคราะห์ร้ายถูกเจาะเป็นรูขนาดใหญ่รูปไข่ แต่ไม่มีเลือดไหลออกมา และอวัยวะบางส่วนโดยเฉพาะลำไส้มักหายไป แต่ไม่มีร่องรอยการดิ้นรนเพื่อหนีความตายของวัวหรือแม้กระทั่งรอยเท้าในบริเวณที่มันตาย

 

หลายเคสซากวัวมีรูขนาดใหญ่บริเวณรอบกระดูกขากรรไกรและขากรรไกรและลิ้นของมันหายไป และอีกหลายเคสอวัยวะเพศของวัวทั้งตัวผู้และตัวเมียจะหายไป สำหรับวัวตัวเมียลูกตาและเต้านมจะหายไปด้วย

 

นอกจากนั้น ยังพบรังสีตกค้างบริเวณใกล้ซากวัวและที่น่าประหลาดใจ ก็คือ สัตว์ที่กินของเน่าจะไม่แตะต้องซากวัวเลย

 

และเมื่อนำผลการตรวจสอบเนื้อเยื่อจาก Lab พบว่า ซากสัตว์เหล่านั้นเน่าเปื่อยไวกว่าปกติอย่างที่ควรเป็นถึง 3 เท่า ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ สัตว์ที่กินของเน่าจะไม่แตะต้องซากวัว

 

ปรากฏการณ์นี้มีข้อสังเกตหลายอย่าง คือ หลายเคสวัวที่ตายจำนวนมาก ถูกทำเครื่องหมายซึ่งเรืองแสง ว่ากันว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เห็นได้ในเวลากลางคืน และสิ่งนี้อธิบายได้ว่ามันไม่ได้เกิดจากฝีมือของสัตว์นักล่าอย่างหมาป่าหรือสุนัขจิ้งจอก และหลายเคสยังเกิดขึ้นในบริเวณใกล้บ้านเจ้าของวัวซึ่งเลี้ยงหมาไว้ด้วย ซึ่งหากมีคนหรือสัตว์บุกรุกเข้ามาหมาจะเห่า แต่ทว่ากลับไม่มีเสียงเห่าจากหมาเลย

 

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือในกรณีที่เกิดกับลูกวัว ปกติแม่วัวจะคอยดูแลปกป้องอันตรายให้กับลูกวัว หากมีอันตรายเข้ามาใกล้แม่วัวจะร้องซึ่งจะทำเจ้าของวัวได้ยิน แต่กลับไม่มีเสียงร้องจากแม่วัว

 

การศึกษาเพื่อไขปริศนาปรากฏการณ์นี้มีมานานแล้ว ในขณะที่มนุษย์มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทว่าก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่ามันเกิดจากอะไร

 

ครั้งหนึ่งมีการศึกษาที่น่าสนใจโดย ดร. จอห์น อัลชูเลอร์ โดยการเปรียบเทียบเนื้อเยื่อที่เกิดจากการผ่าตัดโดยเครื่องผ่าตัดเลเซอร์(LASER SURGERY)ในวงการแพทย์ กับเนื้อเยื่อของวัวที่ตายอย่างลูกวัวของทาเลียเฟอโร ซึ่งพบว่าเนื้อเยื่อที่เกิดจากการผ่าตัดโดยเครื่องผ่าตัดเลเซอร์มีคาร์บอนปนเปื้อนอยู่แต่กลับไม่พบในเนื้อเยื่อของวัวที่ตายแบบเดียวกับลูกวัวของทาเลียเฟอโร ดร.อัลชูเลอร์ถึงกับกล่าวว่า ไม่รู้จริงๆ ว่ารูที่ท้องวัวเกิดจากการตัดหรือผ่าโดยเครื่องมืออะไร

 

ทฤษฎีการเกิด Cattle Mutilation

 

ปัจจุบันมีทฤษฎีที่อธิบายปรากฏการณ์นี้อยู่ 3 ทฤษฎี โดยมีดังต่อไปนี้

 

ทฤษฎีที่ 1 : กล่าวหารัฐบาล

 

 

 

 

ทฤษฎีนี้อธิบายว่าเกิดจากการทดลองอาวุธชีวภาพของรัฐบาล << คิดไปได้เนอะคนเรา เหตุผลที่สนับสนุนทฤษฎีนี้ก็คือ มีผู้เห็นเฮลิคอปเตอร์สีดำบินอยู่เหนือท้องทุ่งในยามค่ำคืน และรุ่งเช้าก็จะพบซากวัว แต่ทฤษฎีนี้แทบจะหาหลักฐานใดๆ มาสนับสนุนได้เลย

 

แต่ถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริง หัวขโมยจะต้องมีความชำนาญในเรื่องสรีระของสัตว์เป็นพิเศษ สัตว์บางตัวถูกตัดอวัยวะที่ลึกลงไปถึง 18 นิ้วได้ โดยไม่มีรอยแผลเหวอะหวะแม้แต่นิดเดียว ทำให้ผู้ที่เข้าไปสอบสวน รวมทั้งแพทย์ต่างลงความเห็นว่า แผลที่เกิดขึ้น อาจจะเกิดโดยการใช้แสงเลเซอร์ผ่าตัดก็เป็นได้

 

นอกเหนือไปจากรอยแผลที่ชวนให้สงสัยแล้ว สิ่งที่ก่อความงุนงงให้กับตำรวจและเจ้าของไร่ที่สุดคือ ไม่มีรอยเท้าของสัตว์เลียงหรือหัวขโมย ไม่มีรอยเลือดหยดเป็นทางอย่างที่ควรจะเป็น มิหนำซ้ำ รูปการณ์ยังส่อออกมาว่า สัตว์เหล่านี้น่าจะถูกขโมยด้วยวิธีดึงตัวให้ลอยขึ้นสู่ที่สูง หลังจากชำแหละชิ้นส่วนที่ต้องการเสร็จ ซากของสัตว์จะถูกทิ้งลงมาจากอากาศ เพราะหลายต่อหลายตัวกระดูกหัก ชำใน อันเป็นร่องรอยของการถูกทิ้งลงมาจากที่สูง พื้นดินก็มีรอยบุ๋มอย่างชัดเจนเสียด้วยสิ

 

ทฤษฎีที่ 2 : โบ้ยให้สัตว์ประหลาด

 

เกิดจากฝีมือของสัตว์ประหลาดที่เรียกว่า "ชูพาคาบรา" [Chupacabra] ซึ่งแปลว่า "ปีศาจดูดเลือด" มีรายงานการพบเห็นชูพาคาบราในแถบแคริเบียนและอีกหลายประเทศในอเมริกาใต้แม้กระทั่งที่ฟลอริดาในอเมริกาด้วย โดยเฉพาะในเปอร์โตริโก ไก่และกระต่ายในฟาร์มต่างๆ ตายนับพันตัวโดยมีรูที่ลำตัวเหมือนถูกเจาะ

 

 

ภาพในจินตนาการ - Chupacabra

 


ผู้พบเห็นชูพาคาบราบรรยายว่า มันสูง 4 ฟุต ผิวหนังสีเทา ดวงตาแดง มีขาคล้ายจิงโจ้ และมีเดือยแหลมที่หลัง ผู้พบเห็นบางคนรายงานว่า มันมีปีกและบินได้ด้วย

 

ทฤษฎีนี้อธิบายว่า "ชูพาคาบรา" จะออกล่าเหยื่อตามฟาร์มในยามค่ำคืน มันจะจัดการกับเหยื่อด้วยการดูดเลือดและบางครั้งจะนำอวัยวะภายในออกไปกินที่อื่น บางคนเชื่อว่ามันเป็นสัตว์ทดลองของรัฐบาล แต่บางคนเชื่อว่ามันเป็นสัตว์ของมนุษย์ต่างดาว ที่นำมาปล่อยทิ้งไว้บนโลก........................ มีคนเชื่อทฤษฎีนี้มากเหมือนกัน แต่หลักฐานซากสัตว์ประหลาดที่ เดวิน แม็คแอนนาลี ยิงตายที่ฟาร์มไก่ของเขาที่เมืองพอลล็อค รัฐเท็กซัส เมื่อ วันที่ 14 ตุลาคม 2004 เป็นสัตว์ที่คล้ายสุนัขจิ้งจอก สีน้ำเงินปนเทา ซึ่งไม่น่าจะมีพิษสงถึงขนาดฆ่าวัวได้ ทำให้ทฤษฎีนี้มีจุดอ่อน

 

Chupacabra เวอร์ชั่น wiki en น่ารักซะไม่มี

 

 

 

ทฤษฎีที่ 3 : โทษมะนาว

 

 

 

ทฤษฎีนี้อ้างถึงมะนาวต่างดุ๊ด อ๊ะ มนุษย์ต่างดาว << แป้ก...แป้ก...แป้ก...

 

เอาจริงละคราวนี้ ทฤษฎีนี้อธิบายว่า เกิดจากฝีมือของมนุษย์ต่างดาว ยูเอฟโอจะบินมาลอยอยู่เหนือท้องทุ่งแล้วปล่อยลำแสงยกวัวเข้าไปภายในยาน หลังจากนั้นมนุษย์ต่างดาวจะทำการชำแหละวัวเพื่อศึกษาอวัยวะต่างๆ

 

นักจานผีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญบางท่านกล่าวว่า สัตว์เหล่านี้อาจถูกลักพาและผ่าตัดโดยมนุษย์ต่างดาว เพราะย่านที่มีคดีนี้ครึกโครมอยู่บ่อยๆนั้น บรรดาชาวไร่และเจ้าของปศุสัตว์ต่างพากันมองเห็น แวงประหลาดสีส้ม มีขนาดเล็กกว่าจันทร์เต็มดวงครึ่งหนึ่ง ลอยเรี่ยไปตามบริเวณที่พบซากสัตว์และบริเวณคอกสัตว์ บางคนเห็นเป็นดวงไฟสีน้ำเงิน โดยเฉพาะกลางปีที่ผ่านมานี้นะครับ ชาวไร่ทั้งหลายได้เห็นแสงไฟนี้บ่อยที่สุดจนเป็นที่รู้จักกันดี และเรียกดวงไฟชนิดนั้นว่า Big Mama << แม่ใหญ่?

 

นอกจากนั้นบริเวณที่พบใกล้ๆ ที่พบซากสัตว์ มีร่องรอยคล้ายกับลงจอดของ"ยาน"อะไรบางอย่างอยู่แถวนั้น เช่นรอยขาหยั่งเป็นรูปกลมๆมากมาย อนึ่งการผ่าตัดสัตว์เหล่านี้แทบจะไม่มีปัญหากับมนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นเลย แถมน้ำหนักสัตว์ร่วม 500 กว่ากิโลในแต่ละตัว ก็สามารถยกไปได้เงียบๆโดยที่ชาวบ้านไม่รู้ ซึ่งไม่น่าจะมีมนุษย์ที่ไหนทำได้เลยจริงไหมล่ะครับ?

 

 

 

 

นักวิจัยยูเอฟโอส่วนใหญ่เชื่อทฤษฎีนี้ บางคนบอกว่าไม่เพียงแต่มนุษย์ต่างดาวจะศึกษาสัตว์โลกเพื่อวัตถุประสงค์ทางชีววิทยาเท่านั้น แต่ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือการสื่อสารที่ทำให้มนุษย์รู้สึกกลัว มนุษย์ต่างดาวจงใจจะบอกกับมนุษย์ว่า "นี่คือสิ่งที่พวกเราทำได้และไม่มีทางที่พวกคุณจะหยุดยั้งมันได้ด้วย"

 

ทว่าทฤษฎีนี้ก็ยังขาดหลักฐานมาสนับสนุนเช่นภาพถ่ายที่น่าเชื่อถือ แม้ว่าจะมีรายงานการกล่าวอ้างว่ามีการพบเห็นปรากฏการณ์แบบนี้นับสิบรายก็ตาม มันจึงเหมือนกับปรากฏการณ์ยูเอฟโออื่นๆ หรือคอร์ปเซอร์เคิล (หรือที่รู้จักกันในรูปวงกลมประหลาดบนทุ่งข้าวสาลี แล้วบุ้ง กลายเป็นโกโก้ครั้น)ซึ่งว่าไปก็เป็นเพียงแค่จินตนาการเท่านั้น

 

ทฤษฎีที่ 4 : ทฤษฎีการกลายเป็นไขควงของคอนโด้

หมายเหตุ : อันนี้ขำๆนะครับอย่าเครียด

 

สมมติฐานการกลายเป็นไขควงของคอนโด้ อ่า...คงไม่ต้องอธิบายนะครับ (ถ้างงว่ามันคืออะไรก็เลื่อนลงไปอ่านหัวข้อ แล้วเกี่ยวอะไรกับกินทามะ? นะครับ)

 

 

 

 

สรุป?

 

 

 

มีตำรวจท้องถิ่นนายหนึ่งชื่อว่า เบอร์นาร์ด อิเนซ เป็นผู้โชกโชนในด้านสืบสวนคดีเหล่านี้ได้กล่าวไว้ว่า ปกติแล้ว เข้าไม่เคยพบรอยเท้ามนุษย์หรือรอยอย่างอื่นในรัศมีร้อยเมตรรอบซากสัตว์ นอกจากรอยลงจอดดังกล่าว ที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ ในหลายรายที่พบซากใกล้ป่าละเมาะ บรรดากิ่งไม้ ยอดไม้ของพืชที่อยู่ใกล้ๆ ต่างก็หักกระจัดกระจาย เป็นพยานตอบรับได้ดีว่า มันหักเพราะซากสัตว์ถูกทิ้งลงมาจากที่สูง เข้ากันดีกับรอยช้ำบนตัวสัตว์เหล่านั้น

 

และจากการสำรวจพบว่า มีวัวตัวเมียสามตัวและลูกวัวบางตัวในวัวจำนวนร้อยๆตัวนั้น มีร่องรอยประหลาดอยู่บนตัวมันครับ ร่องรอยดังกล่าวก็คือ วัวพวกนั้นถูกฉายรังสีที่มีคุณสมบัติเรืองแสงอยู่บนตัวของมันครับ นักวิทยาศาสตร์บางท่านจึงได้ตัดเอาขนที่ถูกฉายรังสีเรืองแสงดังกล่าว จากขนวัวที่ผิดปกติ รวมทั้งขนวัวธรรมดาไปวิจัยที่ห้องทดลอง Schoenfeld เมือง Albuquerque (อัลบูเคิร์ก) ด้วยวิธีการตรวจหาเสปกตรัม เผื่อจะได้ผลอะไรคืบหน้าขึ้นมาบ้าง

 

แต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบดี ปรากฏว่าละแวกนั้นก็เกิดเหตุการณ์พิกลขึ้น

 

ในวันที่ 2 ก.ค. นายอำเภอท้องถิ่นได้รับการแจ้งความเรื่องยานประหลาดสีชมพู เขาและลูกทีมจึงรีบไปยังที่เกิดเหตุที่ไดรับแจ้งมาทันที ฟิลิปส์ คอร์โดว่า ผู้เป็นนายอำเภอ ได้สอบถามพยานหลายครอบครัวซึ่งชุมนุมกันอยู่บริเวณเมืองเทาส์ของเขา ได้ความมาว่า พวกเขาไปชุมนุมกันเพื่อมีปาร์ตี้เล็กๆที่บ้านของเพื่อนบ้าน งานเลี้ยงดำเนินไปด้วยดีตั้งแต่ต้นจนจบ จนกระทั่งตอนที่แยกย้ายกันจะกลับบ้านนั้นเอง...

 

... ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ทุกคนได้ยินเสียงดังแกร๊ก.. และทันใด บริเวณดังกล่าวก็สว่างจ้าไปด้วยแสงสีส้ม จนบางคนคิดว่าเกิดไฟไหม้ที่ไหนสักแห่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขามองออกไปข้างนอกก็พบว่า ต้นตอของเสียงและแสงนั้นเกิดจากยานประหลาดลำหนึ่ง รูปร่างเหมือนจานมีทรงกลม หรือส่วนโค้งเป็นโดมเล็กๆอยู่ด้านบน มันลอยอยู่เหนือพื้นดินร้อยกว่าฟุต เหนือบ้านของชายที่ชื่อว่า เลอรอย เกรแฮม ยานลำดังกล่าวมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 ฟุต

 

ขณะที่ทุกคนกำลังอ้าปากค้าง มองดูยานลำนั้นอยู่นั่นเอง เจ้ายานดังกล่าวก็ได้ลอยห่างออกไปทางทิศตะวันตกอย่างเงียบๆและรวดเร็ว ในช่วงที่ยานลอยนิ่งอยู่นั้น มันได้ขยับผ่านรถปิคอัพของเกรแฮมครับ และมีวัตถุประหลาดหล่นมาจากตัวยานลงบนรถปิคอัพเสียด้วย วัตถุที่ว่ามีขนาดตั้งแต่ 1/16 คูณ 3/16 นิ้ว และหนาประมาณกระดาษแข็งคล้ายๆสีที่แห้งแล้ว มันหล่นลงไปกองกันอยู่บนกระจกหน้ารถครับ

 

เกรแฮมเองซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงรัฐนิวเม็กซิโก ได้รีบไปเอาเหยือกแก้วสะอาดๆ มาเก็บเอาหลักฐานชิ้นสำคัญพวกนั้นไว้ทันที เพื่อส่งไปวิเคราะห์ต่อ ยัง Lab ของหน่วยงานรัฐบาลต่อไป

 

แรกสุด เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการคิดว่า วัตถุพวกนั้นน่าจะเป็นวัตถุอนินทรีย์ แต่หลังจากใช้วิธีวิเคราะห์โดยละเอียดแล้วพบว่า มีสารประกอบกว่า 20 ชนิด ที่เคยพบในเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต และแน่นอนครับ ท่านไม่ได้คาดเดาผิดหรอก มีบางอย่างครับ ที่เป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบบนขนของวัวที่ถูกฉายรังสี แถมเป็นสารแบบเดียวที่พบในตัวของสัตว์ที่ถูกขโมยไปชำแหละเสียด้วยสิครับ...

 

ส่วนประกอบของสารที่พบนั้นก็ได้แก่โปตัสเซียม แมกนีเซียมเป็นส่วนมาก ที่เหลือก็ได้แก่ แพลตตินัม วานาเดียม แบเรียม และสตรอนเตียม

 

พอมาถึงจุดนี้นักวิจัยก็สรุปออกมาว่า วัตถุดังกล่าวเป็นอินทรียสารซึ่งอาจจะมาจากเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตก็ได้........................................

 

และมันก็ยังเป็นปริศนาต่อไป

หมายเหตุ : มีรูปประกอบนอกเพิ่มเติมอีกนะครับ แต่ผมคิดว่ามันอาจจะโหดร้ายเกินกว่าที่บางคนจะรับได้ ถ้าใครคิดว่าไม่กลัวดูได้ก็ >>คลิกที่นี่ครับ<< ( ความจริงมันก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่นะผมว่า)

 

 

แล้วเกี่ยวอะไรกับกินทามะ?

 

คำเตือน : สาระ เกี่ยวกับ Cattle Mutilation ได้หมดลงแล้วนะครับ ต่อจากนี้จะเป็นการ ไร้สาระ นะครับ

คำเตือน2 : เรื่องต่อจากนี้ไปอาจจะเป็นการสปอยล์ เรื่องกินทามะ นะครับ ใครที่รออ่านรวมเล่มและไม่ได้อ่านใน C-kids ถ้าคิดว่าอ่านแล้วจะเสียอรรถรสก็ปิดไปได้นะครับ แต่ถ้าใครที่คิดว่าไม่เป็นไรก็อ่านๆไปเถอะครับ อย่าคิดมาก

 

จากที่ผมได้เกริ่นไปในย่อหน้าแรกแล้วว่าที่ผมมาเขียนเรื่อง Cattle Mutilation นั้น ผมได้แรงบรรดาลใจมาจากการอ่าน กินทามะ ในบทเรียนที่หนึ่งร้อยแปดสิบเก้า สมาชิกร้านรับจ้างสารพัด และหลายๆคนโดนมนุษย์ดาวเกมเมอร์จับไปทำ Cattle Mutilation โดยการเปลี่ยนส่วนหนึ่งในร่างกายให้กลายเป็นไขควงเพื่อจะนำไขควงมาซ่อมเครื่อง PSP << เหตุผลโคตรไร้สาระเลยแฮะสมกับเป็นเรื่องนี้จริงๆ และสภาพของแต่ละคนเป็นยังไงเรามาดูกันเลยครับ

 

 

 

 

ชินปาจิ - โผล่มาคนแรกของตอนพร้อมนิ้วชี้ขวาที่เป็นไขควง

 

 

 

คางุระ - โผล่มาคนที่สองพร้อมกับ เ่อ่อ... ไขควงทั้งตัว

 

 

 

 

กินโทกิ - โผล่มาเป็นคนที่สามที่รู้ว่าถูกดัดแปลงส่วนหนึ่งของร่างกายเป็นไขควงเหมือนกัน รู้ตัวหลังจากออกมาจากห้องน้ำว่า....

 

 

 

 

 

คาซึระ + อลิซาเบธ - โผล่มาพร้อมกันในรูปแบบไขควง

 

 

 

 

 

คอนโด้ - กลายเป็นไขควงเหมือนกันโดยมีสมมติฐานที่แปลกแหวกแนวเสียนี่กระไร (ทฤษฎีที่ 4 ด้านบนเป็นของหมอนี่แหละครับ )

 

ตอนนี้เท่าที่ทราบผู้เสียหายที่กลายเป็นไขควงก็มีเท่านี้แหละครับ ทุกๆท่านก็ระวังไว้หน่อยก็ดีนะครับ ระวังอนาล็อกสติ๊กจะ กลายเป็นไขควงนะครับ

 

 

EDIT : 02/05/08

 

 

 

พบผู้เสียหายกลายเป็นไขควงอีกสองหน่อ คือ อิจิคาตะ และ โซโกะ 

 

---------------------------------------------------------------

 

หวังว่าคงได้รับทั้งสาระและได้ไร้สาระกันไปนะครับ

 

พบกันใหม่เมื่อชาติ(ไม่)ต้องการครับ

 

 

ป.ล.รู้สึกว่าเอนทรี่นี้จะมีทั้งสาระและไร้สาระปนเปกันไปหมดเลยแฮะ เอาไว้คราวหน้าจะแยกให้เป็นสัดเป็นส่วนละกันครับ

 

ป.ล.เปลี่ยน Avatar แล้วนะครับ และคงจะไม่เปลี่ยนอีกนานแหละครับ เพราะตอนนี้เกิดภาวะตีบตัีนทางมุก + สอบถี่อิ๊บอ๋ายเลยครับเลยไม่ค่อยมีเวลาคิด

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
นึกถึง sims2 .... sad smile
#1  by  ใบไม้หลากสีสัน At 2008-04-29 21:06, 
ทำไมต้องใช้จักรยาน


ภาพมันเหมือน เดอะซิมเลยอะัครับsad smile
อ่านมาจนใกล้จะจบ..ยังไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับมะนาว???
จนกระทั่ง..ทฤษฎีที่3 เหอะๆ ไม่คิดว่าจะเล่นอ่ะค่ะ

มันต้องเป็นมนุษย์ต่างดาวแน่ๆ เลยค่ะ
ลูกวัว จะเอาออกไปได้โดยที่แม่วัวไม่รู้ตัวเลยหรอ?
เทพแล่ววว...- -
มะนาวต่างดุ๊ด เป็นไปได้มากที่สุด!
#3  by  .::+AebZhoney*+::. At 2008-05-11 11:36, 

<< Home


UnknowPerson
View full profile